Privacy Policy

นโยบายความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)


วัตถุประสงค์

บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้เป็นไป พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (“พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อสังคมและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและคู่ค้าของบริษัท โดยบริษัทจะเก็บรวบรวม บันทึก ยึดถือ เก็บรักษา เปิดเผย โอน หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านการเก็บรักษาข้อมูลของท่านในระยะเวลาเพียงเท่าที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำหรือในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บข้อมูลนั้น ๆ จนกว่าท่านจะถอนความยินยอม


คำจำกัดความ

“บริษัท” หมายถึง บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน)

“บริษัทในเครือ” หมายถึง บริษัท เซฟ นาว 2494 จำกัด

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวตนได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทมีการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง ลูกค้า ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ผู้ให้บริการ และผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัท

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data)” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ บริษัทอาจต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลชีวภาพ (Biometric) เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลจำลองม่านตา ข้อมูลอัตลักษณ์เสียง เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการที่ขอสมัคร และ/หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางต่างๆ

“ข้อมูลชีวภาพ” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตนของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลจำลองภาพใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ผู้ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การดำเนินการใดๆของบริษัทต่อข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึง การเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และการลบข้อมูลส่วนบุคคล

“แอพพลิเคชั่น (Applicatione)” หมายถึง โปรแกรม หรือชุดคำสั่งที่ใช้ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานตามคำสั่ง และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ โดยแอพพลิเคชั่น (Application) ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (User Interface หรือ UI) เพื่อเป็นตัวกลางการใช้งานต่าง ๆ

“IP Address” หมายถึง สัญลักษณ์เชิงหมายเลขที่กำหนดให้แก่อุปกรณ์แต่ละชนิด เช่นคอมพิวเตอร์ หรือ เครื่องพิมพ์ ที่มีส่วนร่วมอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์หนึ่ง ๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโพรโทคอลในการสื่อสาร

“คุกกี้ (Cookie)” หมายถึง ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์ของบริษัท ส่งไปยังคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยคุกกี้จะถูกส่งกลับไปที่เว็บไซต์ต้นทางในแต่ละครั้งที่กลับเข้ามาดูที่เว็บไซต์ดังกล่าว

“Log” หมายถึง ข้อมูลที่เกิดจากการใช้งานแอพพลิเคชั่น ซึ่งรวมถึงแหล่งกำเนิด ต้นทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบริการ หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานของแอพพลิเคชั่น

“สำนักงาน” หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะกรณีที่จำเป็นหรือมีฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น ซึ่งรวมถึงกรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการดำเนินการตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย การปฏิบัติตามสัญญาหรือการให้บริการตามที่ท่านได้ทำธุรกรรมไว้กับบริษัท เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย การดำเนินการตามความยินยอมของท่าน และ/หรือ ภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นๆ โดยข้อมูลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของ ดังต่อไปนี้

  • ชื่อ, ชื่อกลาง, นามสกุล
  • ที่อยู่
  • อีเมล
  • หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
  • Line ID
  • บัญชี Social Media
  • สำเนาบัตรและเลขประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับรถ
  • หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ (IP Address)

ท่านสามารถจัดส่งข้อมูลให้แก่บริษัท ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจของบริษัท หรือจัดส่งเข้าสู่แพลตฟอร์มเท่านั้น และข้อมูลดังกล่าวจะต้องเป็นข้อมูลที่ ถูกต้องแท้จริง ครบถ้วน และไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดใด ๆ โดยท่านจะต้องดำเนินการปรับปรุงข้อมูลของท่านให้เป็นปัจจุบัน และแจ้งให้บริษัททราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่าง ๆ (รายละเอียดตามที่จะได้กล่าวไว้ในนโยบายนี้) บริษัทสงวนสิทธิที่จะร้องขอเอกสารเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบยืนยันว่าข้อมูลที่ท่านให้มานั้นถูกต้อง

บริษัทจะสามารถจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหากท่านส่งมอบข้อมูลให้บริษัทด้วยความสมัครใจของท่านเท่านั้น หากท่านเลือกจะไม่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บริษัทหรือเลือกที่จะเพิกถอนความยินยอมในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการของบริษัทแก่ท่านได้ ท่านอาจจะต้องเข้าถึงและปรับเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านได้ส่งมอบให้บริษัทได้ตลอดเวลาตามที่ได้กำหนดไว้ในนโยบายนี้

หากท่านสมัครเพื่อใช้งาน FN Outlet โดยผ่านทางบัญชีโซเชียลมิเดีย (Social Media) หรือเชื่อมต่อบัญชี FN Outlet กับบัญชีโซเชียลมิเดียของท่าน หรือใช้โซเชียลมิเดียอื่น ๆ ของบริษัท บริษัทอาจเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับท่านที่ท่านได้ให้ไว้โดยสมัครใจกับบัญชีโซเชียลมิเดียของท่านผ่านทางผู้ให้บริการโซเชียลมิเดียรายนั้น ๆ ภายใต้นโยบายต่าง ๆ ของผู้ให้บริการ บริษัทจะจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้รับมาดังกล่าวตามนโยบายความเป็นส่วนบุคคลของบริษัท


การใช้และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนที่บริษัทได้รับจากท่านหรือส่งต่อแก่บุคคลภายนอก (รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการภายนอก ผู้ขายที่เป็นบุคคลภายนอก) เพื่อประโยชน์ของกิจการทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเฉพาะกรณีที่จำเป็น หรือมีฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น ดังจะได้กล่าวต่อไปนี้

  • เพื่อดำเนินการหรือสนับสนุนการใช้บริการ (Services) และ/หรือ การใช้แพลตฟอร์ม
  • เพื่อดำเนินการตามคำสั่งซื้อของท่านที่ส่งผ่านทางแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าโดย บริษัท หรือผู้ขายที่เป็นบุคคลภายนอก การจ่ายเงินของท่านผ่านทางแพลตฟอร์มสำหรับสินค้า ไม่ว่าจะขายโดย บริษัท หรือผู้ขายที่เป็นบุคคลภายนอกจะถูกจัดการโดยตัวแทนของบริษัท
  • เพื่อการจัดส่งสินค้าที่ท่านได้ซื้อผ่านทางแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะขายโดย บริษัท หรือผู้ขายที่เป็นบุคคลภายนอก บริษัทอาจส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลภายนอกเพื่อการจัดส่งสินค้าให้แก่ท่าน (เช่นส่งให้แก่ผู้ดำเนินการจัดส่งหรือผู้จัดจำหน่ายสินค้าของบริษัท) ไม่ว่าจะขายโดย บริษัท หรือผู้ขายที่เป็นบุคคลภายนอก
  • เพื่อแจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวการจัดส่งสินค้า ไม่ว่าจะขายผ่านแพลตฟอร์มโดย บริษัท หรือผู้ขายที่เป็นบุคคลภายนอก และเพื่อการบริการลูกค้าอื่น ๆ
  • เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลและตรวจสอบกับบุคคลภายนอกเพื่อรับรองความถูกต้องของข้อมูล
  • เพื่อเป็นการปฏิบัติตามสัญญา
  • เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • บริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและท่าน (เช่น ดูแลลูกค้า ประเมินความพึงพอใจ จัดการข้อร้องเรียน)
  • เพื่อรักษาความปลอดภัย (เช่น บันทึกภาพ CCTV ลงทะเบียน และ/หรือบันทึกภาพ)
  • พัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบงานต่างๆ ของบริษัท เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการของบริษัท และ/หรือเพื่อประโยชน์สูงสุดในการตอบสนองความต้องการของท่าน รวมทั้งวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมแก่ท่าน โดยคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์ได้รับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์จากบริษัท ท่านสามารถติดต่อได้ตามที่อยู่และเบอร์ติดต่อด้านท้ายประกาศฉบับนี้
  • เพื่อตรวจสอบและจัดการการธุรกรรมทางการเงินอันเกี่ยวกับการจ่ายเงินที่ท่านได้จัดทำขึ้นทางอินเตอร์เน็ตหรือออนไลน์
  • เพื่อตรวจสอบการดาวน์โหลดข้อมูลจากแพลตฟอร์ม
  • เพื่อพัฒนาแผนผัง การจัดหน้าและเนื้อหาของหน้าต่าง ๆ ของแพลตฟอร์มและปรับแต่งสำหรับผู้ใช้
  • เพื่อระบุตัวตนผู้เข้าใช้ เพื่อการวิเคราะห์สถิติและพฤติกรรมของผู้ใช้
  • เพื่อจัดส่งข้อมูลที่บริษัทคาดว่าท่านว่ามีประโยชน์สำหรับท่านหรือที่ท่านได้ร้องขอจากบริษัทให้แก่ท่าน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทและของผู้ขายที่เป็นบุคคลภายนอก เว้นแต่ท่านจะได้ปฎิเสธการติดต่อเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว
  • บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด เช่น การจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับโปรโมชั่นต่าง ๆ ทางไปรษณีย์ อีเมล และด้วยวิธีการอื่นใด รวมถึงการดำเนินการด้านการตลาดแบบตรง เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับจากการเป็นลูกค้าของบริษัทผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้อง
  • ท่านสามารถเลือกที่จะไม่รับการสื่อสารเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดจากบริษัท ยกเว้นการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้องและจำเป็น และ/หรือบริการที่บริษัทได้ให้แก่ท่าน เช่น ใบเสร็จรับเงิน การส่งสินค้า เป็นต้น

บริษัทอาจส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกหรือบริษัทในเครือของบริษัทสำหรับวัตถุประสงค์ดังกล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ กับท่านให้สำเร็จ จัดการบัญชีการใช้บริการของท่าน จัดการความสัมพันธ์อื่น ๆ กับท่าน การตลาด การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ การร้องขออื่นๆ ที่ บริษัท เห็นว่าจำเป็น ในการแบ่งปันข้อมูลให้แก่บุคคลดังกล่าว บริษัท จะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อรับรองว่าบุคคลภายนอกและบริษัทในเครือของบริษัทจะรักษาและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการเข้าถึง การจัดเก็บ การใช้ การเปิดเผย โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือความเสี่ยงอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน และจะต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นสำหรับกิจการที่ได้กล่าวไว้ด้านบนนี้เท่านั้น

บริษัท ขอยืนยันว่าไม่เคยและไม่ได้ทำธุรกิจในการค้าข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่บุคคลภายนอก


สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

สิทธิของท่าน เป็นสิทธิตามกฎหมายที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัท กำหนดขึ้น

  1. สิทธิขอถอนความยินยอม หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัทได้ตลอดเวลาโดยติดต่อบริษัทได้ตามช่องทางท้ายนโยบายฉบับนี้ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ หากท่านเพิกถอนการใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านสำหรับกิจการต่าง ๆ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ด้านบน แก่บริษัท บริษัทอาจไม่อยู่ในสถานะที่จะจัดส่งสินค้าหรือบริการให้แก่ท่านหรือปฏิบัติตามสัญญาต่อท่านได้ บริษัทขอสงวนสิทธิทางกฎหมายและการเยียวยาไว้โดยชัดแจ้งในกรณีซึ่งบริษัทไม่สามารถจัดส่งสินค้าหรือบริการให้แก่ท่านหรือตามปฏิบัติตามสัญญาต่อท่านได้อันเกิดจากการเพิกถอนดังกล่าว
  2. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัท เปิดเผยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นได้มาอย่างไรโดยปราศจากความยินยอมของท่าน กรุณาติดต่อบริษัทผ่านทางช่องทางตามท้ายนโยบายฉบับนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการคิดค่าธรรมเนียมการจัดการที่สมเหตุสมผล ในการเรียกดูบันทึกข้อมูลดังกล่าว หากท่านมีบัญชีการใช้บริการกับ บริษัท ท่านอาจเข้าดูรายละเอียดเกี่ยวกับการสั่งสินค้าของท่าน โดยการเข้าสู่ระบบบัญชีการใช้บริการของท่านบนแพลตฟอร์ม ในนั้นท่านจะสามารถเรียกดูรายละเอียดเกี่ยวกับการสั่งสินค้าที่สมบูรณ์แล้วหรือที่ยังคงค้างอยู่ หรือที่จะได้ส่งสินค้าให้ท่านในเวลาอันสั้น และสามารถจัดการข้อมูลที่อยู่การส่งสินค้า หรือการส่งข่าวสารที่ท่านได้สมัครไว้ได้ ท่านตกลงที่จะจัดการชื่อบัญชี รหัสผ่าน และรายละเอียดการสั่งสินค้าเป็นความลับ และจะไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการใช้ชื่อบัญชี รหัสผ่าน และรายละเอียดการสั่งสินค้าในทางที่ผิด เว้นแต่จะได้ระบุไว้ในข้อตกลงการใช้บริการ
  3. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัท ได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค
  4. สิทธิขอคัดค้าน ท่านมีสิทธิขอคัดค้านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัท จะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัท สามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี
  5. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัท หมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว
  6. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัท อยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัท หมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัท ระงับการใช้แทน
  7. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล ท่านสามารถปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ได้ตลอดเวลาโดยการเข้าสู่บัญชีการใช้บริการของท่านบนแพลตฟอร์มของ บริษัท หากท่านไม่มีบัญชีการใช้บริการกับบริษัทท่านอาจทำการปรับปรุงหรือปรับเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยการติดต่อบริษัทตามช่องทางท้ายนโยบายฉบับนี้
  8. สิทธิร้องเรียน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจ หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สำหรับรายละเอียดการติดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลท้ายนโยบายฉบับนี้

การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นสามารถทำได้โดยกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอใช้สิทธิและยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิของท่านอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัท อาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น โดยหากบริษัท ปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัท จะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

อนึ่ง การลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือการยกเลิกความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท เท่านั้น ทั้งนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อกรณีการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท หรือกรณีการให้บริการอื่น ๆ เนื่องจากจะไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ จึงอาจเกิดข้อจำกัดในการให้บริการในบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และอาจทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่ได้รับสิทธิประโยชน์การบริการ และข่าวสารจากบริษัทต่อไป


ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทรับรองว่าบริษัทมีการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยภายในบริษัทและการใช้บังคับนโยบายอย่างเข้มงวดในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการเข้ารหัสข้อมูล และมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูล โดยบริษัทกำหนดให้บุคลากรของบริษัทและผู้รับจ้างภายนอกจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและนโยบายความเป็นส่วนบุคคลที่เหมาะสม รวมถึงจัดให้มีการดูแลรักษาข้อมูลและมีมาตรการที่เหมาะสมในการใช้หรือการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดย

  • จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
  • จัดให้มีวิธีการทางเทคโนโลยีเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต
  • จัดการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อความปลอดภัยเมื่อข้อมูลดังกล่าวไม่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ทางกฎหมายและธุรกิจอีกต่อไป

หากท่านมีเหตุให้เชื่อว่าความเป็นส่วนบุคคลของท่านได้ถูกละเมิดโดย บริษัท กรุณาติดต่อบริษัทผ่านทางช่องทางตามท้ายนโยบายฉบับนี้

รหัสผ่านของท่านเป็นกุญแจสำหรับบัญชีการใช้บริการของท่าน กรุณาใช้ตัวเลข ตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ที่แตกต่างกัน และไม่แบ่งปันรหัสผ่าน บริษัท แก่ผู้อื่น หากท่านได้แบ่งปันรหัสผ่านแก่ผู้อื่น ท่านจะรับผิดชอบต่อการกระทำต่าง ๆ ที่ได้กระทำลงในนามหรือผ่านทางบัญชีการใช้บริการของท่านและผลที่ตามมา หากท่านไม่สามารถควบคุมรหัสผ่านของท่านได้ ท่านอาจไม่สามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่ส่งให้แก่ บริษัท ท่านอาจต้องยอมรับนิติกรรมใด ๆ ที่ทำลงในนามของท่าน ดังนั้นหากรหัสผ่านของท่านถูกเปิดเผยหรือไม่เป็นความลับอีกต่อไปไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ หรือท่านมีเหตุที่อาจเชื่อได้ว่ารหัสผ่านนั้นถูกเปิดเผยหรือไม่เป็นความลับอีกต่อไป ท่านควรที่จะติดต่อบริษัทและเปลี่ยนรหัสผ่านของท่าน บริษัทขอเตือนให้ท่านออกจากระบบบัญชีการใช้บริการ (log off) และปิดบราวเซอร์ (Browser) ทุกครั้งที่ท่านใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ


ผู้เยาว์

กรณีท่านเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา ผู้ปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (แล้วแต่กรณี) (เว้นแต่เป็นกรณีที่ พ.ร.บ..คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม) ดังนั้นในการทำธุรกรรมหรือให้ข้อมูลตามนโยบายนี้บริษัทจะถือว่าท่านได้รับความยินยอมจากบิดามารดา ผู้ปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ ดังกล่าวแล้ว


การใช้โปรแกรม

บริษัทหรือผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตอาจจะใช้ โปรแกรม คุกกี้ (Cookies) หรือโปรแกรมอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันเพื่อจัดเก็บข้อมูล เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถจัดให้มีการบริการที่ดีขึ้น เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเพื่อความเป็นส่วนบุคคลของท่าน เมื่อท่านใช้บริการ และ/หรือเข้าสู่แพลตฟอร์ม

เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชม บริษัท เซิร์ฟเวอร์ (Servers) ของบริษัทบริษัททำการจดจำและบันทึกข้อมูลที่บราวเซอร์ของท่านส่งเข้ามาโดยอัตโนมัติเมื่อท่านเข้าเว็ปไซต์ของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้อาจหมายรวมถึง

  • ที่อยู่ ไอพี แอดเดรส (IP address) ของคอมพิวเตอร์ของท่าน
  • ชนิดของบราวเซอร์ของท่าน
  • หน้าเว็ปไซต์ที่ท่านเข้าถึงก่อนที่ท่านจะเข้าสู่แพลตฟอร์ม
  • หน้าเว็ปไซต์ที่ท่านเข้าชมในแพลตฟอร์ม
  • จำนวนเวลาที่ท่านใช้ในการชมหน้าเว็ปไซต์ดังกล่าว สินค้าหรือข้อมูลที่ท่านค้นหาในแพลตฟอร์ม เวลาเข้าชมวันที่ และข้อมูลทางสถิติอื่น ๆ

ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ จะถูกจัดเก็บเพื่อการวิเคราะห์และประเมินเพื่อช่วยให้บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์ม การบริการและสินค้าที่บริษัทจัดหาให้ดีขึ้น

โปรแกรมคุกกี้ (Cookies) ช่วยให้บริษัทจดจำอุปกรณ์หรือบราวเซอร์โดยจำเพาะได้ และช่วยให้บริษัทสามารถจัดทำเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจส่วนบุคคลของท่านได้รวดเร็วขึ้น และช่วยให้การบริการและแพลตฟอร์มสะดวกสบายและเป็นประโยชน์ต่อท่านมากขึ้น

ทั้งนี้บริษัทอาจเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้และเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกัน เมื่อท่านใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท รวมถึงการใช้เว็บไซต์ การทำธุรกรรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชันของบริษัท

การเก็บรวบรวมคุกกี้และเทคโนโลยีในลักษณะเดียวกันดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถจดจำท่าน ทราบถึงความชื่นชอบของท่าน และปรับปรุงวิธีการที่บริษัทจะเสนอผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการให้แก่ท่าน บริษัทอาจใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ (เช่น ให้ฟังก์ชันพื้นฐานสามารถทำงานได้ ช่วยให้บริษัทเข้าใจวิธีการที่ท่านใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทหรืออีเมล ช่วยให้บริษัทสามารถมอบประสบการณ์ผ่านช่องทางออนไลน์หรือการติดต่อสื่อสารกับท่านได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อให้มั่นใจว่าสื่อโฆษณาออนไลน์ที่ได้แสดงแก่ท่านมีความเกี่ยวข้องและเป็นสิ่งที่ท่านสนใจยิ่งขึ้น)


ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

ตามหลักการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็น ระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมข้อมูลตามกฎหมาย ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล จะถูกเก็บรวบรวมไว้ตลอดระยะเวลาที่เป็นคู่สัญญา หรือผู้ทำธุรกรรมกับบริษัท และอีกไม่เกิน 5 ปีนับจากวันที่สิ้นสุดระยะเวลาการเป็นคู่สัญญาหรือผู้ทำธุรกรรมหรือเมื่อถอนความยินยอมหรือตามที่กฎหมายกำหนด


การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม

บริษัทมีสิทธิในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่พ.ร.บ.. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้บริษัทเก็บรวมรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านสามารถแจ้งบริษัทเพื่อขอถอนความยินยอมของท่านเมื่อใดก็ได้


การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

หากบริษัทจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ ในกรณีนี้บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ หรือผู้รับข้อมูลของบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึงกรณีดังต่อไปนี้

  • เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ได้แจ้งให้ท่านทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางและได้รับความยินยอมจากท่าน
  • ปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านทำไว้กับบริษัท หรือตามคำขอของท่านก่อนการเข้าทำสัญญา
  • ปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน
  • ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือของบุคคลอื่น เมื่อท่านไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้

วิธีการติดต่อบริษัท

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประสงค์จะใช้สิทธิ หรือถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท สามารถติดต่อได้ที่ :

สถานที่ติดต่อ : เลขที่ 991 อาคารเอฟเอ็น บิวดิ้ง ถนนพระราม 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250

โทรศัพท์ : 02-300-4951

Website : www.fnoutlet.com

Application : FN Outlet

และเจ้าหน้าประจำสาขาทุกสาขา


วิธีการติดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านต้องการรายงานเรื่องร้องเรียน หรือหากท่านรู้สึกว่าบริษัท ไม่ตอบข้อกังวลของท่านในลักษณะที่น่าพึงพอใจ ท่านสามารถติดต่อและ/หรือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

ที่อยู่ : 120 หมู่ 3 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210

โทรศัพท์: 02-141-6747

อีเมล: pdpc@mdes.go.th


การเปลี่ยนแปลงประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราว โดยบริษัทจะแจ้งประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับปัจจุบันไว้ที่เว็บไซต์ของบริษัท www.fnoutlet.com